ดงเหยี่ยวดำทุ่งใหญ่ปากพลี จ.นครนายก ช่วงเดือน พย.57 - มีค. 58 อะเมซิ่ง ใกล้กรุงเทพ

โพสต์โดย: admin | เมื่อ: 2014-11-30 14:55| เปิดอ่าน: 2167| ความคิดเห็น: 0

เทศกาล "ดูเหยี่ยวอพยพ @ดงเหยี่ยวดำทุ่งใหญ่ปากพลี" กว่า 60,000 ตัว สวย อะเมซิ่ง ใกล้กรุงเทพ ไปถ่ายภาพ ชมนกกัน
1400511_897556850256728_1859046916881095280_o.jpg
ภาพจากแฟนเพจ: คุณ Max
www.facebook.com/max9161

              สำหรับคนที่ชอบเที่ยวใกล้ๆ กรุงเทพ ชอบถ่ายภาพ ธรรมชาติไม่ควรพลาด โดยทาง  ททท.สำนักงานนครนายก จึงขอเชิญนักท่องเที่ยวหัวใจสีเขียวร่วมออกเดินทางท่องเที่ยวช่วงเทศกาล “ดูเหยี่ยวอพยพ @ ดงเหยี่ยวดำทุ่งใหญ่ปากพลี” ณ ทุ่งใหญ่สาธารธณประโยชน์ ทุ่งใหญ่สาธารณประโยชน์ หมู่ 6 ต.ท่าเรือ อ.ปากพลี จ.นครนายก ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน – มีนาคม จัดวันว่างเดินทางท่องเที่ยวดูนกชายทุ่ง พักผ่อนเรียนรู้วัฒนธรรมพื้นถิ่น ใช้เวลาสัก 2 วัน 1 คืน ดูนกช่วงเย็นวันแรก และร่วมลุ้นกับฝูงเหยี่ยวยามเช้าที่ออกมาอวดกางปีกอบอุ่นร่างกายพร้อมที่จะขยับขับความเมื่อยล้าก่อนจะออกโผบินสู่ท้องฟ้าออกหาอาหารไกลกว่า 30 กิโลเมตรของแต่วัน

10804567_850054645013936_378508865_o_0 (1).jpg

ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติปรับเปลี่ยนตามสภาพแวดล้อม ตัวอย่างแห่งการโยกย้ายของสัตว์ “ฝูงเหยี่ยวดำนับหมื่น... มาเยือนนครนายก”

“เหยี่ยวดำ” นกล่าเหยื่อที่อพยพหนีหนาวมาจากไซบีเรีย มาพักอาศัย หาอาหาร ขยายเผ่าพันธุ์ ณ ทุ่งใหญ่สาธารณประโยชน์ หมู่ 6 ตำบลท่าเรือ อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก ในพื้นที่กว่า 1,500 ไร่ ภายในพื้นที่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติสวนสาธารณะ เหยี่ยวดำเหล่านี้ได้อพยพมาหากินที่นี่เมื่อปี 2552 ช่วงเวลาต้นฤดูหนาวประมาณเดือนตุลาคม โดยจากการสังเกตและประมาณการจำนวนของเหยี่ยวดำ พบว่ามีการอพยพเพิ่มมากขึ้นทุกๆ ปี สำหรับปีนี้ก็น่าจะประมาณ 60,000 ตัว

ด้วยสภาพแวดล้อมพื้นที่ป่าบริเวณสวนสาธารณะบ้านโคกสำโรง ตำบลท่าเรือ อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก มีความอุดมสมบูรณ์ จากพื้นที่ทุ่งนาหลายหมื่นไร่ที่ผลิตข้าวและเกษตรกรรมอื่นๆ รวมถึงยังมีพื้นที่ติดกับปราจีนบุรี ซึ่งบริเวณรอยต่อที่มีทุ่งนากว้างใหญ่เป็นแหล่งอาหาร เช่น หนู งู สัตว์ต่างๆ ที่สมบูรณ์ที่สุดสำหรับเหยี่ยว ในระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา เหยี่ยวดำเลือกหนีหนาวมาอาศัยทุ่งนาแห่งนี้เพิ่มขึ้นทุกปี

และอีกสาเหตุหนึ่งที่สันนิษฐานว่า เหยี่ยวดำอพยพหนีหนาวมาประเทศไทย เนื่องด้วยช่วงเดือนกันยายนภูมิอากาศทางตอนเหนือของโลก แถบประเทศรัสเซีย มองโกเลีย จีน เกาหลี ญี่ปุ่น เริ่มมีหิมะและหนาวเย็น   นกล่าเหยื่อทั้งหลาย ที่อาศัยอยู่แถบซีกโลกตอนเหนือ เริ่มขาดแคลนอาหาร นกเหล่านี้จึงต้องเดินทางลงมาทางซีกโลกใต้ ซึ่งมีอากาศอบอุ่น อาหารอุดมสมบูรณ์กว่า  และนกล่าเหยื่อเหล่านี้ จะบินอพยพกลับเพื่อไปทำรังวางไข่อีกครั้งในราวเดือนกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคม ของปีถัดไป

ลมอุ่นใต้ปีกของ...เหยี่ยวอพยพ มวลอากาศร้อนกับกระแสลม ลมอุ่นใต้ปีก มีความจำเป็นต่อการบินอพยพของนกล่าเหยื่อ ที่ต้องเดินทางย้ายถิ่นฐานระยะไกลนั้น จะมีช่วงเวลาอพยพที่แตกต่างกัน

10801573_1002221273125491_5169020459582418357_n.jpg


เหยี่ยวดำ (อังกฤษ: Black kite, Pariah kite ; ชื่อวิทยาศาสตร์: Milvus migrans)
         เป็นเหยี่ยวชนิดหนึ่งจัดเป็นนกขนาดกลาง ขนาดลำตัวยาวประมาณ 60-66 เซนติเมตร ตัวผู้และตัวเมียมีลักษณะเหมือนกันคือ ลำตัวสีน้ำตาลเข้มอมเหลืองทั้งด้านบนและด้านล่าง ปีกสีน้ำตาลเข้ม หางเป็นแฉกตื้น ๆ มองดูคล้ายง่าม ปากสั้นสีดำแหลมคม ปลายปากเป็นขอ หัวค่อนข้างใหญ่ คอสั้น ปีกยาว ส่วนนกที่ยังไม่โตเต็มที่ ลำตัวจะเป็นสีน้ำตาลอ่อน พร้อมกับมีขีดสีเหลืองอ่อนทั่วทั้งตัว พบกระจายพันธุ์อยู่กว้างขวางในหลายพื้นที่ ตั้งแต่ยูเรเชีย, ออสตราเลเชีย และโอเชียเนีย จึงทำให้มีชนิดย่อยหลากหลายถึง 5 ชนิด และเป็นนกอพยพในหลายพื้นที่ในช่วงฤดูหนาว ในประเทศไทยพบได้ในป่าทางภาคเหนือ, ภาคกลางและภาคใต้ มีพฤติกรรมหากินในเวลากลางวัน ชอบบินอยู่ตามที่โล่งชายป่า   ตามริมฝั่งทะเล หรือตามแม่น้ำลำคลองต่าง ๆ เพื่อหาอาหาร เมื่อจับเหยื่อได้ก็มักกินบนพื้นดิน หรืออาจนำไปกินบนต้นไม้ พบอยู่โดดเดี่ยว เป็นคู่หรือเป็นฝูง เมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์ เหยี่ยวดำจะทำรังรวมกันเป็นกลุ่มบนต้นไม้สูง ทั้งตัวผู้และตัวเมียจะช่วยกันสร้างรังด้วยกิ่งไม้เล็ก  ๆ นำมาขัดสานกัน จากนั้นทั้งคู่จะช่วยกันกกไข่และเลี้ยงลูกอ่อน นกจะใช้เวลากกไข่นานประมาณ 29-32 วัน ออกไข่ครั้งละ 2-4 ฟอง ปกติ 3 ฟอง และยังเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง  ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535 อีกด้วย

       ททท.สำนักงานนครนายก ได้ลงพื้นที่สำรวจเส้นทางกิจกรรมดูนก “เหยี่ยวดำ” ซึ่งเป็นเส้นทางที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มีใจรักในกิจกรรมดูนกศึกษาธรรมชาติ

             และเรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับระบบนิเวศพื้นถิ่นที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา สำหรับกิจกรรมดูนก “เหยี่ยวดำ” ตำบลท่าเรือ รวมทั้งยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่ใกล้ ได้แก่ พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านไทยพวนวัดฝั่งคลอง, พิพิธฑภัณฑ์วัดโพธิ์, วัดลำบัวลอย, ศูนย์เกษตรอินทรีย์อาชีพแบบพอเพียง ชิมผลไม้เศรษฐกิจชนิดใหม่ของจังหวัดนครนายก “มะเดื่อฝรั่ง” มีคุณค่าทางโภชนาการหลายประการ หวานหอมมาที่นี่แล้วต้องลองชิม, เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ชุมชน ฯลฯ

เส้นทางการเดินทางไปชม แผนที่

1970441_897557620256651_310189845267901180_n.jpg


นักท่องเที่ยวท่านใดสนใจสามารถสอบถามข้อมูลด้านการท่องเที่ยว เส้นทางการเดินทาง รวมทั้งตัวอย่างเส้นทางท่องเที่ยวได้ที่ ททท.สำนักงานนครนายก โทร. 0-3731-2282, 037-312-284 เปิดบริการทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ ตั้งแต่เวลา 08.30–16.30 น. หรือดาวน์โหลดข้อมูลเพิ่มเติมที่

เรียบเรียงโดย http://www.traveljung.comขอบคุณภาพทุกภาพที่นำมาประกอบ บทความ ไว้ ณ ที่นี้ด้วย
ที่มา บทความ
ททท.สำนักงานนครนายก  
โทร.  0-3731-2282,  037-312-284  
เปิดบริการทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ   ตั้งแต่เวลา  08.30–16.30 น.  
หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมที่
www.tat8.com
www.facebook.com/tatnayokfans
www.twitter.com/tatnayok

ติดต่อสอบถามกิจกรรมดูเหยี่ยวอพยพ @ดงเหยี่ยวดำทุ่งใหญ่ปากพลี  ที่  ศูนย์เกษตรอินทรีย์อาชีพแบบพอเพียง  
นายสิทธิชัย    อิ่มจิตร    โทร.08-9752-6673,         08-9401-2982
นายอรรคพล  กวีกิจบัณฑิต โทร.08-6219-8070


ตอบกระทู้ ขึ้นไปด้านบน ไปที่หน้ารายการกระทู้